การปลูกปาล์มน้ำมันจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
 
 
 
    โดยปกติการปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยเกือบทั้งหมดจะใช้ต้นกล้าปาล์มจากการเพาะเมล็ด และเมล็ดปาล์มคุณภาพดีส่วนใหญ่ จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศคอสตาริกา ปัจจุบันมีเรื่องที่น่ายินดีที่การปลูกปาล์มน้ำมัน ในบ้านเราได้มีความก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง ผศ.ดร.ศิริชัย อุ่นศรีส่ง รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า การปลูกปาล์มน้ำมันจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นเทคโน โลยีใหม่ของประเทศไทย ต้นกล้าที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นต้นกล้าที่ผ่านการคัดเลือกอย่างดีที่สุดมาจากต้นแม่ คอมแพ็ค ที่มีคุณสมบัติดีเด่น ผลผลิตสูงและมีการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ได้ดำเนินการทดสอบ,ศึกษาและวิจัย เปรียบเทียบพันธุ์ปาล์มน้ำมันจากต้นกล้าเพาะเมล็ดกับต้นกล้าที่มาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อว่าชนิดไหนมีความดีเด่นกว่ากัน
  ในอนาคตการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยปลูกปาล์มน้ำมันที่ใช้ต้นกล้าจากการเพาะเลี้ยง
เนื้อเยื่อจะเป็นอีกทางเลือกใหม่เช่นเดียวกับในต่างประเทศ เช่น ประเทศคอสตาริกา ไนจีเรียและกานา เป็นต้น ที่พื้นที่ ปลูกปาล์มน้ำมัน ประมาณ 80% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมดใช้ต้นกล้าจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ อ.ศิริชัยยังได้บอกว่าการ ปลูกปาล์มน้ำมัน จากต้นที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในประเทศคอสตาริกา จะใช้ระยะปลูก 7.2x6.2 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 35 ต้น และให้ผลผลิตประมาณ 7 ตันต่อไร่นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ยังได้นำต้นปาล์มเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อตระกูลคอมแพ็คเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรได้ขยายพื้นที่ปลูก
    ซึ่งจัดเป็นสายพันธุ์ปาล์มที่ให้ผลผลิตสูง, ต้นเตี้ย ทางใบสั้น โดยวิธีการเริ่มต้นจากเก็บข้อมูลลักษณะดีเด่น เช่น อัตราการเจริญเติบโตต่อปี, ผลผลิตทะลายสดต่อต้นต่อปี, ความต้านทานโรคซึ่งจะใช้เวลาในการเก็บข้อมูลอย่างน้อย 6-8 ปี เมื่อได้ข้อมูลแน่ชัดว่า ต้นปาล์มน้ำมันดังกล่าวที่ได้คัดเลือกไว้มีคุณสมบัติตรงที่นักปรับปรุงพันธุ์ต้องการ จึงเข้าสู้ขั้นตอนโคลนนิ่ง โดยจะนำชิ้นส่วนเนื้อเยื่อของช่อดอกอ่อนนำไปเลี้ยงในห้องปฏิบัติการซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี จะได้ต้นกล้าที่มีใบและรากพร้อมที่จะนำไปอนุบาลต่อในโรงเรือนเพาะชำนานประมาณ 1 ปี จึงนำลงไปปลูกในแปลงต่อไป

ปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ชุมพรได้จัดทำ “โครงการความร่วมมือสหกิจศึกษาทางวิชาการเกษตร” โดยร่วมมือกับ
บ.อาร์แอนด์ดีเกษตรพัฒนา จำกัด และเป็นภาคเอกชนที่ติดต่อประสานงานนำเข้าต้นกล้าปาล์มน้ำมันจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากประเทศคอสตาริกามาทดลองปลูกในบ้านเรา 

อ.ศิริชัยมีความเชื่อว่าในอนาคตโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยและส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันพืชทดแทน
พลังงานตามยุทธศาสตร์ของชาติ ท้ายสุด อ.ศิริชัยได้สรุปข้อดีของต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อว่า
มีการแปรปรวนทางพันธุกรรมน้อยมาก, มีลักษณะเหมือนต้นพ่อและแม่ทุกประการ, มีความต้านทานโรคและมีการเจริญเติบ
โตและให้ผลผลิตเร็วกว่าต้นที่ปลูกด้วยเมล็ด





ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 5 มิถุนายน 2550